1. สรุปเร็ว: Plus vs Max
ถ้าพูดแบบสั้นที่สุด: Qwen 3.7 Plus คือรุ่นที่บาลานซ์ระหว่างความสามารถด้าน agent, multimodal และราคา ส่วน Qwen 3.7 Max คือรุ่นเรือธงที่ออกแบบมาสำหรับงาน agent หนัก ๆ เช่น coding, automation หลายขั้น, reasoning ยาว และงานที่ต้องคุมความต่อเนื่องเป็นเวลานาน
Qwen 3.7 Plus
- เหมาะกับงาน production ที่ต้องคุมต้นทุน
- เด่นด้าน vision-language, อ่านหน้าจอ, GUI และ mobile navigation
- ใช้เป็น coding/productivity assistant ได้ดี
- มี thinking mode แบบผสม และเปิดคิดเป็นค่าเริ่มต้นตามเอกสาร Model Studio
Qwen 3.7 Max
- เหมาะกับงาน reasoning/agent ที่ซับซ้อนกว่า
- เด่นด้าน coding, office/productivity และ long-horizon autonomous execution
- รองรับ context ใหญ่ระดับ 1M token ในตารางราคา
- snapshot 2026-06-08 เพิ่ม visual modality understanding ตามเอกสารอัปเดต
หมายเหตุ: บทความนี้อัปเดตจากเอกสารทางการที่ตรวจสอบวันที่ 14 มิ.ย. 2026 โมเดล Qwen รุ่น API เปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะ snapshot, ราคา, quota และ modality ควรเช็กหน้า Model Studio ก่อนใช้งานจริงเสมอ
2. Qwen 3.7 คืออะไร?
Qwen คือชุดโมเดลภาษาและมัลติโมดัลของ Alibaba/Qwen Team มีทั้งโมเดลเปิด น้ำหนักเปิดบางรุ่น และโมเดลเชิงพาณิชย์บน Alibaba Cloud Model Studio รุ่น Qwen 3.7 เป็นสายที่ขยับชัดไปทาง agent-centric AI คือไม่ได้ทำมาแค่ตอบแชต แต่ทำมาเพื่อวางแผน ใช้เครื่องมือ อ่านบริบทขนาดใหญ่ เขียนโค้ด ทำงานหลายขั้น และตัดสินใจวนซ้ำได้ดีขึ้น
คำว่า agent-centric ในทางปฏิบัติคือโมเดลต้องเก่งกว่าแค่ตอบหนึ่งคำถาม ต้องรับสถานะงานปัจจุบัน เข้าใจเป้าหมาย แยกงานเป็นขั้น ๆ เรียก tool/API/เบราว์เซอร์/ไฟล์/terminal แล้วประเมินผลลัพธ์ก่อนเดินต่อ นี่คือเหตุผลที่ชื่อ Qwen 3.7 มักถูกพูดถึงคู่กับ Qwen Code, Claude Code-style workflows, OpenClaw, GUI agent และ automation ระยะยาว
ภาพรวมแบบคนใช้งานจริง
Qwen 3.7 ไม่ใช่ "แชตบอตที่ฉลาดขึ้นนิดหน่อย" แต่เป็นโมเดลที่ Alibaba วางเป็น backbone สำหรับระบบผู้ช่วยที่ต้องลงมือทำงาน เช่น อ่าน issue ใน repo, แก้โค้ดหลายไฟล์, ตรวจ screenshot ของ UI, เขียนแผนทดสอบ, ควบคุม workflow เอกสาร หรือช่วยทีมทำงานแบบมี memory/context ยาว
3. ไทม์ไลน์การเปิดตัว
จากหน้า "模型上下架与更新" ของ Alibaba Cloud Model Studio มีจุดสำคัญดังนี้:
| วันที่ในเอกสาร | Model ID | ความหมาย |
|---|---|---|
| 21 พ.ค. 2026 | qwen3.7-max, qwen3.7-max-2026-05-20 |
รุ่น Max รุ่นใหม่ของสาย Qwen Max ระบุว่า text-only, thinking mode เปิดเป็นค่าเริ่มต้น, รองรับ explicit cache, เด่นด้าน coding, office/productivity และ long-horizon autonomous execution |
| 25 พ.ค. 2026 | qwen3.7-max-preview, qwen3.7-max-2026-05-17 |
รุ่น preview/early snapshot ของ Max ที่ระบุว่าใช้ thinking mode เท่านั้น |
| 1 มิ.ย. 2026 | qwen3.7-plus, qwen3.7-plus-2026-05-26 |
รุ่น Plus เพิ่ม vision-language, GUI/screen understanding, visual reference to code และ mobile app navigation |
| 10 มิ.ย. 2026 | qwen3.7-max-2026-06-08 |
snapshot Max ใหม่ เพิ่ม visual modality understanding เทียบกับ snapshot 20 พ.ค. ตามเอกสารอัปเดต |
จุดที่ควรจำ: ถ้าใช้ชื่อ alias อย่าง qwen3.7-max หรือ qwen3.7-plus ความสามารถอาจตาม snapshot ล่าสุดที่ผู้ให้บริการแมปไว้ แต่ถ้าต้องการ reproducibility ให้ pin model ID แบบมีวันที่ เช่น qwen3.7-plus-2026-05-26 หรือ qwen3.7-max-2026-06-08
4. Qwen 3.7 Plus เหมาะกับอะไร?
Qwen 3.7 Plus เป็นรุ่นที่น่าสนใจมากสำหรับคนทำโปรดักชัน เพราะมันไม่ได้ถูกวางเป็นรุ่นถูกสุด แต่เป็นรุ่นที่ "พอแรงและคุมต้นทุนได้" โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ภาพ หน้าจอ หรือ workflow ที่ข้ามระหว่างข้อความกับ UI
จุดเด่นหลักของ Plus
- Multimodal agent - เข้าใจทั้งภาษาและภาพ เหมาะกับงานอ่าน screenshot, วิเคราะห์ UI, ตรวจ layout, ดึงข้อมูลจากภาพ หรือช่วยอธิบายภาพในระบบ
- GUI operation - เอกสารอัปเดตระบุว่ามีความสามารถอ่านหน้าจอและปฏิบัติงานกับ GUI ได้ เหมาะกับ browser/desktop/mobile agent
- Visual reference to code - เหมาะกับงานสร้าง frontend จาก reference image, mockup, screenshot หรือ design brief
- Coding + productivity - ยังรักษาความสามารถด้าน coding, tool use และ productivity workflow ไม่ใช่แค่โมเดล vision ทั่วไป
- ราคาเบากว่า Max - ในตารางราคา Alibaba Cloud รุ่น Plus ถูกกว่า Max ชัดเจน เหมาะกับงานปริมาณมาก
เลือก Plus เมื่อ: คุณกำลังทำ chatbot/agent ที่ต้องอ่านภาพหน้าจอ, ช่วยทีมออกแบบ UI, ทำ browser automation เบา-กลาง, เขียนโค้ดจาก screenshot, วิเคราะห์เอกสารภาพ หรืออยากได้โมเดลที่เก่งรอบด้านโดยไม่จ่ายราคา Max ทุก request
5. Qwen 3.7 Max เหมาะกับอะไร?
Qwen 3.7 Max คือรุ่น flagship ของสายนี้ จุดขายคือความสามารถเชิง agent ที่ลึกกว่า ยาวกว่า และเสถียรกว่าในงานที่ต้องคิดหลายรอบ โดยเฉพาะงาน coding, debugging, office workflow, research, long-context และ automation ที่ต้องทำต่อเนื่อง
จุดเด่นหลักของ Max
- Long-horizon autonomous execution - ออกแบบเพื่อทำงานหลายขั้น ไม่ใช่ตอบสั้น ๆ แล้วจบ เหมาะกับ agent ที่ต้องวางแผนและตรวจตัวเอง
- Coding agent - เหมาะกับงาน refactor, debugging, repository-level reasoning, test generation, code review และ DevOps script
- Office/productivity - ใช้กับ workflow เอกสาร สรุปงาน วิเคราะห์ข้อมูล วางแผน และงานองค์กรที่ต้องถือ context ยาว
- Thinking mode - เอกสารระบุว่า Max ใช้ mixed thinking mode โดยค่าเริ่มต้นเปิด thinking mode ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องใช้ reasoning มากขึ้น
- Context ใหญ่ - ตารางราคาและ rate limit ระบุช่วงถึง 1M token เหมาะกับเอกสารยาวหรือ repo ขนาดกลางที่ต้องคงบริบทไว้ในงานเดียว
เลือก Max เมื่อ: งานมีต้นทุนความผิดพลาดสูง ต้องให้โมเดลคิดนาน ทำหลายรอบ ใช้ tool จำนวนมาก อ่าน context ยาว หรือคุณกำลังสร้าง agent ที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายสิบนาทีถึงหลายชั่วโมง
6. ตารางเปรียบเทียบแบบชัด ๆ
| หัวข้อ | Qwen 3.7 Plus | Qwen 3.7 Max |
|---|---|---|
| ตำแหน่งในไลน์อัป | รุ่นสมดุลสำหรับงาน agent + multimodal + production cost | รุ่น flagship สำหรับงาน reasoning/agent หนัก |
| Model ID หลัก | qwen3.7-plus, qwen3.7-plus-2026-05-26 |
qwen3.7-max, qwen3.7-max-2026-05-20, qwen3.7-max-2026-06-08 |
| Thinking mode | Mixed thinking mode และเอกสารระบุว่า default เปิด thinking mode | Mixed thinking mode และ default เปิด thinking mode; รุ่น preview บางตัวเป็น thinking-only |
| Multimodal | เด่นมาก: vision-language, screen/GUI, visual reference to code | snapshot 20 พ.ค. ระบุ text-only; snapshot 8 มิ.ย. เพิ่ม visual modality understanding |
| งานเด่น | UI agent, screenshot analysis, browser/mobile workflow, coding assistant ราคาคุมได้ | coding agent หนัก, long-horizon automation, research/context ยาว, productivity workflow ซับซ้อน |
| ราคาโดยประมาณใน Alibaba Cloud | ถูกกว่า Max หลายเท่า โดยมี tier ตามช่วง token | ราคาแพงกว่า แต่เรียบง่าย: 12 หยวน input / 36 หยวน output ต่อ 1M token ใน deployment global ตามตารางราคา |
| ใช้เมื่อไหร่ | งานปริมาณมาก งานมีภาพ งาน UI งานที่ต้องบาลานซ์ราคา | งาน mission-critical, งาน reasoning ยาว, agent ที่ต้องตัดสินใจหลายรอบ |
7. Thinking Mode และ Agent Workflows
Qwen 3.7 ทั้ง Plus และ Max อยู่ในกลุ่มที่เอกสาร "深度思考模型的用法" ของ Alibaba Cloud ระบุว่ารองรับ 混合思考模式 หรือ mixed thinking mode โดย default เปิด thinking mode นั่นหมายความว่าโมเดลเหมาะกับงานที่ต้องคิด วางแผน ตรวจ และค่อยตอบมากกว่างานคำตอบสั้นทั่วไป
ในงาน agent จริง thinking mode มีประโยชน์ตอนโมเดลต้องรับมือกับเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน เช่น "แก้ระบบ login ให้ปลอดภัยขึ้น" หรือ "อ่าน repo นี้แล้วเสนอ architecture ใหม่" เพราะโมเดลต้องแตกงานเป็นหลายขั้น ตรวจ dependency, วางแผนแก้, ลงมือเปลี่ยน, รันเทสต์ และอธิบายผลลัพธ์
1. Plan
แยกเป้าหมายใหญ่เป็น subtask และเลือกเครื่องมือที่ต้องใช้
2. Act
อ่านไฟล์ เรียก API เขียนโค้ด กด UI หรือสั่ง tool ตาม context
3. Verify
ตรวจผล รันเทสต์ เปรียบเทียบกับเป้าหมาย แล้ววนแก้หากยังไม่ผ่าน
ข้อควรระวัง: thinking mode มักใช้ token output มากขึ้น ทำให้ latency และค่าใช้จ่ายสูงขึ้น สำหรับคำถามง่าย ๆ ควรใช้รุ่น/โหมดที่เบากว่า หรือกำหนด budget ชัดเจนใน workflow
8. Multimodal, GUI และงานอ่านหน้าจอ
ความน่าสนใจของ Qwen 3.7 Plus คือเอกสารอัปเดตไม่ได้พูดแค่ "รองรับภาพ" แต่พูดถึงการเป็น multimodal interactive hybrid agent ในทางปฏิบัติคือโมเดลควรเข้าใจสิ่งที่เห็นบนหน้าจอและเชื่อมกับการลงมือทำได้ดีขึ้น
ตัวอย่างงานที่ Plus น่าจะเหมาะ
- UI QA - ส่ง screenshot แล้วถามว่าปุ่มซ้อนกันไหม สี contrast พอไหม layout แตกไหม
- Frontend from screenshot - ให้โมเดลอ่านภาพ reference แล้วสร้าง HTML/CSS/React component
- Browser agent - อ่านหน้าเว็บ เลือกปุ่ม กรอกฟอร์ม และอธิบายว่า next action คืออะไร
- Mobile navigation - ช่วย agent วางแผนกดหน้าแอปมือถือทีละขั้น
- Document/image understanding - อ่าน diagram, chart, invoice, poster หรือ dashboard screenshot
สำหรับ Qwen 3.7 Max ต้องดู model ID ให้ดี เพราะ snapshot 20 พ.ค. ระบุว่า text-only แต่ snapshot 8 มิ.ย. เพิ่ม visual modality understanding แล้ว ถ้า workflow ของคุณต้องใช้ภาพเป็น core feature ให้ pin snapshot ที่รองรับหรือทดสอบก่อน deploy
9. ราคา API และ Context Cache
ราคาด้านล่างอ้างอิงจากหน้า Alibaba Cloud Model Studio Pricing ที่ตรวจสอบวันที่ 14 มิ.ย. 2026 หน่วยเป็น หยวนต่อ 1 ล้าน token และอาจต่างตาม region/deployment scope
| โมเดล | ช่วง token | Input | Output / Thinking output |
|---|---|---|---|
qwen3.7-plus (global) |
0<Token≤256K |
2 หยวน | 8 หยวน |
qwen3.7-plus (global) |
256K<Token≤1M |
6 หยวน | 24 หยวน |
qwen3.7-max (global) |
0<Token≤1M |
12 หยวน | 36 หยวน |
จุดสำคัญคือทั้ง Plus และ Max รองรับ Context Cache ในเอกสารราคา โดย explicit cache ช่วยลดค่า input token และ latency เมื่อคุณมี prefix/context เดิมซ้ำ ๆ เช่น system prompt ยาว, repo summary, policy document, schema หรือคู่มือภายในองค์กร
คิดต้นทุนแบบง่าย
ถ้า request มี context ใหญ่ซ้ำ ๆ ให้แยกส่วนที่ซ้ำออกมาเป็น cache หรือออกแบบระบบ retrieval ให้ส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ไม่อย่างนั้น 1M context จะกลายเป็น "ถังน้ำมันใหญ่" ที่เติมแพงทุกครั้ง แม้โมเดลจะรับได้ก็ตาม
10. วิธีเข้าถึงผ่าน API
Alibaba Cloud Model Studio ระบุว่าการเรียกโมเดลข้อความรองรับหลาย interface:
- OpenAI-compatible Chat Completions - เหมาะกับการย้ายจาก client เดิมที่ใช้ OpenAI-style chat
- OpenAI-compatible Responses - มีเครื่องมือในตัว เช่น web search, code interpreter, webpage extraction และจัดการ history ให้ง่ายขึ้น
- Anthropic-compatible Messages - เหมาะกับ agent framework ที่รองรับ Anthropic-style API และ tool calling
- DashScope - native API ของ Alibaba Cloud ที่ให้ control และ parameter ครบที่สุด
ตัวอย่างชื่อโมเดลที่มักใช้ใน config:
{
"model": "qwen3.7-plus",
"use_case": "multimodal GUI agent, UI analysis, cost-aware production"
}
{
"model": "qwen3.7-max",
"use_case": "long-horizon coding agent, deep reasoning, large-context automation"
}
สำหรับ production แนะนำให้ทดสอบทั้ง alias และ snapshot แบบ pin วันที่ เพราะ alias อาจได้ความสามารถใหม่แต่พฤติกรรมเปลี่ยน ส่วน snapshot ช่วยให้ผลลัพธ์คงที่กว่า
11. เลือกตัวไหนดีตามงานจริง
งานทำเว็บจากภาพ reference
เริ่มที่ Qwen 3.7 Plus เพราะ multimodal และ visual reference to code คือจุดแข็งตรงตัว ถ้างานซับซ้อนมาก เช่น ต้อง refactor codebase ใหญ่หลัง generate UI ค่อย route บาง task ไป Max
งานแก้ bug ใน repo ใหญ่
ใช้ Qwen 3.7 Max ถ้างานต้องอ่านหลายไฟล์ วางแผนหลายรอบ และรันเทสต์ซ้ำ ส่วน Plus ใช้ได้กับ bug ขนาดเล็กหรือ code assistance ทั่วไป
งาน customer support ที่มีภาพหน้าจอ
ใช้ Plus เป็น default เพราะต้องอ่านภาพและคุมต้นทุน ถ้า ticket มี escalation ซับซ้อนหรือเกี่ยวกับ log ยาวมาก ค่อยส่งต่อ Max
งาน research เอกสารยาวและสรุปแผนธุรกิจ
ใช้ Max เมื่อ context ยาวและต้อง reasoning หลายชั้น แต่ควรทำ retrieval/summarization เป็นขั้นกลางเพื่อไม่ต้องอัดทุกอย่างเข้า 1M context ทุกครั้ง
งาน automation ปริมาณมาก
เริ่มที่ Plus เพื่อคุมต้นทุน แล้วทำ router: request ที่ยากหรือ fail verification หลายครั้งค่อย fallback ไป Max
12. แนวทาง Prompt/Workflow
โมเดล agent เก่งขึ้นไม่ได้แปลว่าควรโยนคำสั่งกว้าง ๆ แล้วปล่อยเลย วิธีใช้ให้คุ้มคือทำ workflow ที่มีกรอบ วัดผล และ fallback ชัดเจน
Prompt template สำหรับ Plus
คุณคือ UI/GUI agent
เป้าหมาย: วิเคราะห์ screenshot และเสนอการแก้ไข
ให้ตอบเป็น 4 ส่วน:
1. สิ่งที่เห็นบนหน้าจอ
2. ปัญหา UX/UI ที่พบ
3. ขั้นตอนแก้ไขแบบสั้น
4. โค้ดหรือ selector ที่ควรแก้ (ถ้ามี)
ข้อจำกัด: อย่าเดาข้อมูลที่มองไม่เห็นจากภาพ
Prompt template สำหรับ Max
คุณคือ coding agent สำหรับ repository นี้
เป้าหมาย: แก้ปัญหาโดยทำงานเป็นรอบ
ขั้นตอน:
1. อ่าน context และระบุสมมติฐาน
2. เสนอแผนสั้น ๆ ก่อนแก้
3. แก้เฉพาะไฟล์ที่จำเป็น
4. รันทดสอบหรือเสนอวิธีทดสอบ
5. สรุปความเสี่ยงที่เหลือ
ข้อจำกัด: ถ้าข้อมูลไม่พอ ให้ค้นใน repo ก่อนถามผู้ใช้
Best practices
- แบ่งงานใหญ่เป็น checkpoint: plan → act → verify
- ใช้ cache กับ system prompt, schema, repo map หรือ policy ที่ซ้ำ
- ให้โมเดลตอบเป็น structured output เมื่อระบบปลายทางต้อง parse
- ทำ evaluator ง่าย ๆ เช่น unit test, screenshot diff, JSON schema validation, lint
- ใช้ model routing: Plus เป็น default, Max เฉพาะงานยากหรือ escalation
13. ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องเช็ก
- Model ID สำคัญมาก - ความสามารถของ
qwen3.7-max-2026-05-20กับqwen3.7-max-2026-06-08ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่อง vision - ราคาและ region เปลี่ยนได้ - ตารางราคาแยกจีนแผ่นดินใหญ่, global, international, EU และ region ต่าง ๆ ต้องเช็กก่อนคิด cost จริง
- Context ใหญ่ไม่ใช่คำตอบเสมอไป - โมเดลรับ 1M token ได้ไม่ได้แปลว่าควรส่งทุกอย่าง ใช้ retrieval, cache และ summarization ยังสำคัญ
- Thinking mode เพิ่มค่าใช้จ่าย - งานสั้นอาจไม่คุ้มถ้าปล่อยให้คิดยาวเกินจำเป็น
- Benchmark ไม่แทน workload จริง - ควรทดสอบกับงานของคุณ เช่น repo จริง, screenshot จริง, ticket จริง, เอกสารจริง
- Security - ถ้าให้ agent ใช้ browser/terminal/API ต้องมี sandbox, allowlist, human approval และ log ตรวจสอบ
14. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Qwen 3.7 เป็น open-source ไหม?
A: รุ่นที่พูดถึงในบทความนี้คือรุ่นบน Alibaba Cloud Model Studio/API โดยเอกสารที่ตรวจสอบไม่ได้ระบุว่า Qwen 3.7 Plus/Max เป็น open-weight สำหรับรันเองในเครื่อง ถ้าต้องการ self-host ควรดูตระกูล Qwen open-weight รุ่นอื่นที่ประกาศแยกต่างหาก
Q: ถ้าจะใช้ทำ coding ควรเลือก Plus หรือ Max?
A: ถ้าเป็น code assistant ปริมาณมากหรือ frontend จากภาพ ใช้ Plus ก่อน ถ้าเป็น repository-level refactor, debugging ยาว, agent ที่ต้องรันหลายรอบ ใช้ Max
Q: Plus อ่านรูปได้ดีกว่า Max ไหม?
A: Plus ถูกประกาศชัดว่าอัปเกรด vision-language และ GUI/screen capability ส่วน Max snapshot ใหม่ 2026-06-08 เพิ่ม vision แล้ว แต่สำหรับงานภาพเป็นหลัก Plus ยังเป็นตัวเลือกที่ตรงจุดและคุ้มกว่าตาม positioning
Q: ใช้ภาษาไทยได้ไหม?
A: Qwen เป็นโมเดล multilingual และใช้งานภาษาไทยได้ แต่สำหรับงาน production ภาษาไทยควรทำชุดทดสอบเอง เช่น intent, tone, OCR ภาษาไทย, การสะกดชื่อเฉพาะ และคำเฉพาะของธุรกิจ
Q: ควรใช้ alias หรือ snapshot?
A: ใช้ alias ถ้าต้องการความสามารถล่าสุดและยอมรับพฤติกรรมเปลี่ยนได้ ใช้ snapshot แบบมีวันที่ถ้าต้องการผลลัพธ์คงที่ ทดสอบซ้ำง่าย และควบคุม production risk
Q: ใช้กับ Claude Code หรือ agent framework อื่นได้ไหม?
A: Alibaba Cloud Model Studio มี Anthropic-compatible Messages API ตามเอกสาร จึงเหมาะกับการทดลองกับ framework ที่ออกแบบมารองรับ Anthropic-style messages/tool calling แต่ควรทดสอบ compatibility รายตัว
15. แหล่งข้อมูลและบทสรุป
ลิงก์ทางการ
API, ราคา และ Cache
บทสรุปคือ Qwen 3.7 Plus คือรุ่นที่น่าหยิบมาใช้จริงก่อนสำหรับงาน multimodal agent และ production cost ส่วน Qwen 3.7 Max คือรุ่นที่ควรใช้เมื่อโจทย์ยากพอจะคุ้มกับราคา: agent ยาว, coding หนัก, reasoning ซับซ้อน และ context ใหญ่
ถ้าทำระบบจริง แนวทางที่คุ้มที่สุดไม่ใช่เลือกตัวเดียวแล้วจบ แต่คือ model routing: ใช้ Plus เป็น default สำหรับงานส่วนใหญ่ ใช้ Max เฉพาะงานที่ยากหรือเสี่ยง และใช้ cache/retrieval/test harness ช่วยให้ agent ไม่ใช้ token แบบไม่จำเป็น
บันทึก
บทความนี้อัปเดตวันที่ 14 มิ.ย. 2026 โดยยึดข้อมูลจาก Qwen และ Alibaba Cloud Model Studio เป็นหลัก ข้อมูลโมเดล ราคา โหมดคิด quota และ region อาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบเอกสารทางการก่อน deploy หรือคำนวณต้นทุนจริง